ชุดทำงานของระบบ ERP

ERP_Online7_4

ซอฟแวร์ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เราจะสามารถเรียกว่า ERP ได้หรือไม่ ต้องดูว่ามีส่วนประกอบระบบย่อย (Module) ต่างๆ ก่อนว่าบรรจุมาครบ 4 หมวดหลักข้างล่างหรือไม่

1. หมวดลอจิสติกส์ Distribution or Logistics : ระบบที่เกี่ยวกับการซื้อ (วัตถุดิบ) และขาย (สินค้า) ต้องมีระบบ Purchasing (PU) และ Sale Order Processing (SO) บางซอฟแวร์อาจรวมถึงระบบบริหารคลังสินค้า (Warehouse Management) ด้วย หมวดนี้ถ้าซอฟแวร์ที่ดีจริงต้องรวมหมายถึง ระบบการจัดส่งแบบครบวงจรทั้งระบบ ไม่ว่า shipping การนำเข้าและส่งออก BOI ฯลฯ ด้วย จริงๆแล้วจุดประสงค์ของหมวดนี้ก็คือ ตัวซอฟแวร์ต้องบอกให้เรารู้ว่า วัตถุดิบที่สั่งมาจาก supplier ตอนนี้อยู่ที่ไหน เช่น อยู่ในขั้นตอนการสั่งซื้อ ลงเรือมาแล้ว อยู่ที่ท่าเรือ ฯลฯ หรือ สินค้าที่ส่งไปให้ลูกค้า ไปถึงเขาหรือยัง อยู่ที่ไหน ฯลฯ

2. หมวดการผลิต Production or Manufacturing: MRP I, MRP II : ระบบที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้า ก็ต้องมีกระบวนการครบตั้งแต่ นำวัตถุดิบ มาผ่านกระบวนการผลิต จนเป็นสินค้า ทั้งในส่วนการวางแผน (Planning) และการควบคุม (Control) ฯลฯ ซึ่งมักประกอบด้วยโมดูล อาทิ Inventory Management (IM), Bill-Of-Material (BOM) & Routing, Production Planning & Scheduling (PC), Material Planning (MRP), Capacity Planning etc. สำหรับเรื่องการวางแผนและควบคุมกระบวนการผลิต ให้ลองหาอ่านในตำราเกี่ยวกับเรื่อง Material & Production Planning & Control เพราะมีหลายระบบ คัมบัง (Janban) ไคเซ็น (Kaizen) JIT (Just-In-Time) ฯลฯ ส่วนมากซอฟแวร์ต่างประเทศจะใช้โครงสร้างหลักมาจากทฤษฏีเหล่านี้ก่อนแล้วเอาประสบการณ์สถานการจริงมาเสริมเข้าไป หมวดการผลิตนี้ หลักๆจะแยกเป็นสองส่วนคือ Material กับ Production การที่เราจะผลิตสินค้าอะไรก็ต้องรู้กรรมวิธีการผลิต รวมถึงส่วนผสมต่างๆที่ใช้ในการผลิต เรียกต้องมีโมดูลเรื่องสูตรการผลิต (BOM) *

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะผลิตอะไร เท่าไร ก็ต้องมีระบบพยากรณ์ยอดขาย (Forecast) รวมถึงระบบการวิเคราะห์การขาย (Sale Analysis) *
การวางแผนสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการผลิต ถ้าสั่งมาไม่ทันไม่พอดี สายการผลิตก็หยุด สั่งมาเกินก็ต้นทุนจม ดังนั้นก็ต้องมีการวางแผนที่ดี เรื่องพวกนี้อยู่ในหมวด MRP-I
เมื่อวางแผนแล้วก็ลงมือปฏิบัติและติดตามผล เช่น ผลิตวันละสองพันชิ้น แต่ทำจริงได้ขาดเกิน ฯลฯ ก็ต้องมีระบบมาควบคุมและติดตามผล (Control)
* หมวดนี้เป็นจุดสำคัญที่จะแยกว่า ERP เหมาะกับเราหรือไม่ เพราะระบบการผลิตในแต่ละอุตสาหกรรมไม่เหมือนกัน เช่น โรงงานทำยา อาหาร ประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็ก ฯลฯ หรือวงการเครื่องนุ่งห่มการ์เม้นท์ (Garment) ดังนั้นให้เลือกดูจากยี่ห้อของผู้ขายว่า เขามีประสบการณ์ช่ำชองในอุตสาหกรรมประเภทไหนมาก่อน

3. หมวดการเงิน Finance or Accounting : หมวดนี้ก็คือ ระบบบัญชีและการเงินพื้นฐานหลัก 3 modules คือ ระบบบัญชีเจ้าหนี้ AP (Account Payable), ระบบบัญชีลูกหนี้ AR (Account Receivable), ระบบบัญชีแยกประเภท GL (General Ledger) แต่ ERP ที่ออกแบบมาสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ต้องที่มี ระบบบัญชีต้นทุน (Costing) ด้วย เนื้อหาสาระอยู่ที่ระบบ Costing เพราะกำไรขาดทุน ต้องรู้ต้นทุนและบริหารต้นทุนเป็น ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของนำระบบ ERP มาใช้ตรงที่ให้ข้อมูลส่วนนี้แก่ผู้บริหารที่จะนำไปใช้ในการตัดสินใจได้ ดังนั้น ระบบบัญชีของ ERP ไม่เหมือนระบบ trading ที่ซื้อมาขายไปที่เน้นด้านการตลาดเป็นหลัก แต่เน้นระบบบัญชีโรงงาน เน้นต้นทุนเป็นหลัก เพราะต้องผลิตสินค้า ต้องรู้ต้นทุน ค่าวัตถุดิบ ค่าโสหุ้ย ค่าแรง ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ ที่ใช้ในการผลิตสินค้า ดังนั้น ระบบต้องหาต้นทุนสินค้าจริงต่อหน่วยออกมาให้ได้

4. หมวดเสริม Others : ส่วนนี้เป็นเรื่องอาหารเสริม อาทิ ระบบบุคคลากร Human Resource, ระบบซ่อมบำรุง Maintenance, ISO etc. สำหรับระบบบริหารงานบุคคลส่วนมากมักพัฒนาขึ้นเองเพราะมีรายละเอียดหลายอย่าง รวมถึงเรื่องตัวบทกฎหมายของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน ด้วย
* ระบบ ERP ที่สมบูรณ์นั้น ต้องมีการเชื่อมโยงกันของทุกๆ modules ในทุกหมวดข้างต้นอย่างกลมกลืน เรียกว่า online realtime ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนในโลก (anywhere anytime anyplace anypoint) ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกค้ามีการคืนสินค้า ระบบต้องรู้เลยว่า สินค้าที่คืนนี้ เป็นสินค้าของเราจริงหรือไม่ อินวอยร์ไหน ขายไปวันไหน ล๊อตไหน ผลิตวันไหน ผลิตที่แผนกไหนเวลาไหน เครื่องจักรไหน คนงานที่ผลิตชื่ออะไร ใช้ชิ้นส่วนวัตถุดิบอะไร ล๊อตไหน ซื้อมาจากไหน วันไหน ใบสั่งซื้อเลขที่เท่าไร ฯลฯ
** หัวใจของการระบบ ERP อยู่ที่ข้อสอง ส่วนมากหลายที่นำ ERP มาใช้เพียงแค่ข้อ 1 & 3 (Logistic & Finance = trading) เท่านั้น ซึ่งผมว่ายังไม่ถึงแก่นแท้ของระบบ ERP คือ Logistic กับ Accounting เปรียบเหมือนเราแค่ปลอกเปลือกส้ม แต่ยังไม่ถึงเนื้อหรือแกนข้างในที่บรรจุ MRP (Material Requirement Planning) ไว้

ข้อมูลเพิ่ม : http://igarment.igetweb.com/index.php

ที่มา : http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=6fcc2a2c5e0fcd75

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s